ชาย 10 คนพกปืน อ้างเป็นตำรวจบุกบ้านข่มขู่ ปชช. | ข่าวเที่ยงอมรินทร์ | 14 ม.ค.63

[su_g001movie_head_1]

[su_g001movie_head_2]

เจ้าของบ้านในจังหวัดนนทบุรี แจ้งความเอาผิดชาย 10 คนบุกรุกบ้าน โดยมีผู้หญิงคนหนึ่ง พามาอ้างว่า เป็นเมียตำรวจ ต้องการมาทวงรถเก๋งคืน ขณะที่ลูกสาวเจ้าของบ้าน เล่าหญิงคนดังกล่าว พูดจาข่มขู่ เพราะเป็นเมียตำรวจ

เมื่อช่วงเย็นเวลา 18.00 น. วานนี้ ( 13 ม.ค.) นายประทีป มากคำ อายุ 63 ปี และนางสาวเกวลี บุญมี อายุ 45 ปี ลูกสาว พร้อมด้วยทนายความนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐานในการแจ้งความ กับตำรวจว่า มีชายฉกรรจ์ 10 คน เข้าไปข่มขู่ตนและคนในบ้าน พร้อมอ้างว่าเป็นตำรวจ โดยทั้งหมดบุกเข้ามา ที่บ้านเมื่อวันที่ 7 และวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา โดยข่มขู่ว่าจะทำร้ายถ้าไม่นำรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน 1 กร 4285 กรุงเทพมหานคร มาคืนให้

ล่าสุดวันนี้ ( 14 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่บ้านหลังดังกล่าวพบเป็นตึกแถวสูง 5 ชั้น จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 1 ที่เปิดโล่ง มีโต๊ะนั่งเล่นอยู่กลางบ้าน สอบถามน.ส.เกวลิน บุญมี อายุ 28 ปี ลูกสาวเจ้าของบ้าน เผยว่า ก่อนหน้านี้ตนแต่งงานอยู่กินกับนายทอง ซึ่งเป็นเซียนพระ นานกว่า 8 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และไม่มีลูกด้วยกัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 62 นายทองเสียชีวิต จากโรคหัวใจล้มเหลว หลังจากนั้น น.ส.น้ำ ( นามสมมติ) น้องสาวของผู้ตาย ได้มาอ้างว่าตัวเองเป็นผู้จัดการมรดกและขอทรัพย์สินของพี่ชายคืน ซึ่งช่วงสวดคืนที่ 2 น.ส.น้ำได้เข้ามาเอาพระเครื่องของสามีไปทั้งหมด

เมื่อจัดงานศพเสร็จสิ้น น.ส.น้ำโทรมาบอกว่าจะเข้ามาเอารถเก๋งยาริสของสามีเพื่อเอาไปให้ลูกสาวของสามี ซึ่งตอนแรกตนจะคืนให้แต่พ่อกับแม่ไม่ยอมบอกว่าต้องมีเอกสารหลักฐานต่างๆเข้ามาอย่างถูกต้อง

จนวันที่ 7 ม.ค. น.ส.น้ำพร้อมชายฉกรรจ์ซึ่งลักษณะท่าทางคล้ายตำรวจ ประมาณ 5-6 คนเข้ามาที่บ้านแต่พ่อตนไม่ยอมให้ไป จากนั้นรอบ 2 วันที่ 9 ม.ค. น.ส.น้ำมาพร้อมชายฉกรรจ์อีกชุดเกือบ 10 คน และได้เอารถจักรยานยนต์ ฮอนด้า PCX สีขาวออกไป ซึ่งตนก็ยอมให้เพราะรถจักรยานยนต์ดังกล่าวเป็นชื่อของ น.ส.น้ำ ส่วนรถยาริสเป็นชื่อของสามีแต่ตอนแรก น.ส.น้ำเป็นคนออกเงินซื้อสดให้จำนวน 647,000 บาท หลังจากนั้นตนกับสามีก็ช่วยกันผ่อนจ่ายให้อีกฝ่ายจนครบ

ส่วนตัวไม่ได้อยากเก็บรถไว้แต่หากอีกฝ่ายอ้างว่าเป็นผู้จัดการมรดกก็ควรมีหลักฐานมาแสดงก่อนเอารถไป ทั้งนี้ก่อนสามีเสียชีวิตก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องทรัพย์สินของตัวเองว่าจะแบ่งให้ใครบ้าง

โดยก่อนหน้านี้ตนกับน.ส.น้ำก็ไม่เคยมีปัญหากัน แต่อีกฝ่ายเคยโทรมาด่ากล่าวหาว่า ตนมีชู้ก่อนสามีเสียชีวิต ซึ่งตนยอมรับว่า คุยกับผู้ชายคนอื่นจริงแต่เป็นการคุยกันทางโทรศัพท์ไม่เคยนัดเจอหรือมีอะไรกันจึงถือว่าไม่ได้เป็นชู้ นอกจากนี้ น.ส.น้ำก็ได้โพสต์ด่าตนในเรื่องดังกล่าว แม่ตนจึงเข้าแจ้งความฐานหมิ่นประมาท

ด้านน.ส.สมรักษ์ ภิรมย์พร อายุ 46 ปี แม่ของน.ส.เกวลิน กล่าวว่า หลังทำบุญครบ 7 วันให้ลูกเขย น.ส.น้ำก็โทรศัพท์ให้ลูกสาวขับรถไปให้ แต่ตนไม่ยอมและได้ยึดกุญแจรถเอาไว้ เพราะมองว่าอีกฝ่ายทำไม่ถูกต้อง เพราะถ้าอยากได้ก็ต้องมีหมายศาลเข้ามาให้ถูกต้อง

โดยอีกฝ่ายบอกลูกสาวตนทางโทรศัพท์ว่าตัวเองสามารถทำได้ทุกอย่าง ตนจึงรู้สึกกลัวเพราะเหมือนเป็นการข่มขู่ ประกอบกับ น.ส.น้ำมีสามีเป็นตำรวจอาจมีการใช้อิทธิพลทำให้พวกตนเดือดร้อน จนวันที่ 7 ม.ค. น.ส.น้ำพร้อมชายฉกรรจ์เข้ามาที่บ้าน แต่สามีตนโมโหที่อีกฝ่ายยกพวกมาจึงเข้าแจ้งความเอาไว้ ซึ่งในตอนแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่รับแจ้งความอ้างว่ายังไม่เข้าข่ายบุกรุก สามีจึงปรึกษาทนาย

กระทั่งวันที่ 9 ม.ค. น.ส.น้ำค้างมาพร้อมชายฉกรรจ์อีกครั้ง และได้เอารถจักรยานยนต์ของลูกเขยไป ซึ่งตนเห็นในกล้องวงจรปิดว่าหนึ่งในนั้นพกปืนมาด้วย แต่ยังไม่ได้แสดงให้พวกตนเห็น ส่วนตัวคิดว่าหากจะเข้ามาคุยก็ควรคุยกันดีๆ ไม่ใช่ยกพวกมาข่มขู่ และตอนนี้สามีตนได้แจ้งความเอาไว้ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องแล้ว หลังจากนี้จะรอหลักฐานของอีกฝ่ายมายืนยันว่ามีอำนาจในการทวงทรัพย์สินหรือไม่

————————————————————————————
ติดตามอมรินทร์ ทีวี ได้ที่
ทีวีดิจิทัล หรือ กล่องดิจิทัลทีวี ช่อง 34
Website : http://www.amarintv.com
Facebook : https://www.facebook.com/AMARINTVHD
Twitter : https://twitter.com/amarintvhd
Instagram : https://www.instagram.com/amarintvhd
Youtube : https://www.youtube.com/c/amarintvhd
Line : http://line.me/ti/p/@amarintvhd

ติดต่อโฆษณา 02-422-9191 ต่อ 2505 และ 092-280 0782

#ข่าวเที่ยงอมรินทร์ #AmarinTV34


ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก
  channel AMARIN TVHD

ชาย 10 คนพกปืน อ้างเป็นตำรวจบุกบ้านข่มขู่ ปชช. | ข่าวเที่ยงอมรินทร์ | 14 ม.ค.63

https://www.youtube.com/watch?v=2VDz6eZcOD4

[su_g001movie_foo_1] [su_g001movie_foo_2]

 

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply