ใช้คลีนซิ่งก่อนล้างหน้าได้ไหม? ไขข้อสงสัยสำหรับคนรักผิว
หลายคนอาจเคยสงสัยว่า คลีนซิ่งที่ใช้เช็ดเครื่องสำอางนั้น จำเป็นต้องใช้ตามที่ฉลากระบุเป๊ะๆ หรือไม่ โดยเฉพาะคำว่า "เช็ดหลังล้างหน้า" ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้าเราอยากเช็ดคลีนซิ่ง ก่อน ล้างหน้า จะเป็นอะไรไหม? โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราตั้งใจจะใช้โทนเนอร์ต่อหลังทำความสะอาดผิว
บทความนี้จะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับลำดับการใช้คลีนซิ่ง และให้คำแนะนำที่เข้าใจง่ายสำหรับคนรักผิวทุกคนครับ
ทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของคลีนซิ่ง
โดยทั่วไป คลีนซิ่งถูกออกแบบมาเพื่อ กำจัดสิ่งสกปรก, น้ำมันส่วนเกิน, และเครื่องสำอาง ที่อยู่บนผิวหน้าของเรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักจะติดแน่นและไม่สามารถล้างออกได้หมดจดด้วยน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว
ทำไมบางผลิตภัณฑ์ถึงแนะนำให้ "เช็ดหลังล้างหน้า"?
คำแนะนำ "เช็ดหลังล้างหน้า" มักจะพบในผลิตภัณฑ์คลีนซิ่งบางประเภท เช่น คลีนซิ่งวอเตอร์ (Micellar Water) หรือ คลีนซิ่งโลชั่น ที่มีส่วนผสมของไมเซลล์ ซึ่งทำหน้าที่เหมือนแม่เหล็กดูดจับสิ่งสกปรก
การเช็ดหลังล้างหน้าในกรณีนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ:
- ขจัดคราบเครื่องสำอางตกค้าง: แม้จะล้างหน้าด้วยโฟมหรือเจลแล้ว อาจยังมีคราบเครื่องสำอางบางส่วนหลงเหลืออยู่ การเช็ดด้วยคลีนซิ่งวอเตอร์อีกครั้งจะช่วยให้ผิวสะอาดหมดจดอย่างแท้จริง
- เตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุง: เมื่อผิวสะอาดปราศจากสิ่งสกปรกและเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวต่อไป เช่น โทนเนอร์ หรือเซรั่ม จะสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น
ใช้คลีนซิ่ง "ก่อน" ล้างหน้าได้หรือไม่?
คำตอบคือ ได้ ครับ! โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณแต่งหน้าจัด หรือใช้เครื่องสำอางที่ติดทนนาน การใช้คลีนซิ่งเพื่อ เช็ดเครื่องสำอางออกก่อน การล้างหน้าด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้า เป็นขั้นตอนที่หลายคนนิยมทำ และถือเป็นวิธีทำความสะอาดผิวที่มีประสิทธิภาพสูง
ประโยชน์ของการเช็ดคลีนซิ่งก่อนล้างหน้า:
- ประสิทธิภาพในการล้างเครื่องสำอาง: คลีนซิ่งส่วนใหญ่ (ไม่ว่าจะเป็นคลีนซิ่งบาล์ม, คลีนซิ่งออยล์, หรือคลีนซิ่งวอเตอร์) มีความสามารถในการละลายและกำจัดเครื่องสำอางได้ดี การใช้ก่อนล้างหน้าจะช่วยให้เครื่องสำอางหลุดออกไปได้มากตั้งแต่แรก
- ลดการเสียดสี: เมื่อเครื่องสำอางส่วนใหญ่ออกไปแล้ว การล้างหน้าด้วยโฟมหรือเจลตามมา จะช่วยลดการต้องถูหรือนวดหน้าแรงๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือทำร้ายเกราะป้องกันผิวได้
- เหมาะกับคลีนซิ่งบางประเภท: ผลิตภัณฑ์อย่างคลีนซิ่งบาล์มและคลีนซิ่งออยล์ มักจะถูกออกแบบมาเพื่อใช้เช็ดเครื่องสำอางออกก่อนการล้างหน้าด้วยน้ำอยู่แล้ว
ตัวอย่างการใช้คลีนซิ่ง (กรณีใช้ก่อนล้างหน้า)
สมมติว่าคุณใช้ คลีนซิ่ง กานิเย่ (Garnier) ซึ่งมีทั้งสูตรคลีนซิ่งวอเตอร์และคลีนซิ่งมิลค์ (หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่คล้ายกัน)
- เทคลีนซิ่งลงบนสำลี: เตรียมสำลีแผ่นให้ชุ่มด้วยคลีนซิ่ง
- เช็ดเครื่องสำอาง: ค่อยๆ เช็ดเครื่องสำอางออก โดยเริ่มจากบริเวณที่แต่งหน้าจัด เช่น ตา ปาก และแก้ม พลิกสำลีไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีคราบเครื่องสำอางติดออกมา
- ล้างหน้าด้วยโฟม/เจล: หลังจากเช็ดเครื่องสำอางออกแล้ว ให้ล้างหน้าตามปกติด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้าที่คุณใช้ประจำ
- ตามด้วยโทนเนอร์: เมื่อผิวหน้าแห้งสนิทแล้ว ให้ใช้โทนเนอร์เช็ดเพื่อปรับสมดุลผิวและเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงขั้นต่อไป
ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม
- ประเภทของคลีนซิ่ง: คลีนซิ่งแต่ละประเภทมีเนื้อสัมผัสและวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน หากไม่แน่ใจ ให้ดูคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์
- สภาพผิว: หากคุณมีผิวแพ้ง่าย ควรเลือกคลีนซิ่งที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการถูหรือเช็ดหน้าแรงๆ
- การทำความสะอาดสองขั้นตอน (Double Cleansing): การใช้คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอางออกก่อน แล้วตามด้วยโฟมล้างหน้า ถือเป็นเทคนิคการทำความสะอาดผิวสองขั้นตอนที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะช่วยให้ผิวสะอาดหมดจดอย่างแท้จริง
สรุป
การใช้คลีนซิ่ง ก่อน ล้างหน้า เป็นวิธีทำความสะอาดผิวที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่แต่งหน้าจัด หรือใช้เครื่องสำอางกันน้ำ การทำตามลำดับนี้จะช่วยให้ผิวของคุณสะอาดหมดจด ปราศจากสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางตกค้าง พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปได้อย่างเต็มที่ครับ
#คลีนซิ่ง #สกินแคร์ #การทำความสะอาดผิว
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://pantip.com/topic/42013174